สอนทำอาหารไทย, สอนอาหารไทย, สอนขนมไทย, สอนทำขนมไทย  
     
 
หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา ความรู้ ข่าวสารและกิจกรรม คลังภาพ หลักสูตร กระดานข่าว ผลิตภัณฑ์ ถาม-ตอบ ศิษย์เก่า ติดต่อเรา เว็บไซต์ลิงค์
 
     
 
14. อาหารไทยและขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติมีอะไรบ้าง?
 
 
   มีอาหารไทยและขนมไทยมากมายหลายชนิดซึ่งไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าไร่แน่ที่ได้รับ อิทธิพลมาจากชาติต่างๆไม่ว่าจะเป็นจีน โปรตุเกส หรืออินเดียเป็นต้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าประเทศไทยหรือที่ในอดีตเราเรียกว่าสยามประเทศได้มีการติดต่อค้าขายเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นราชธานีในฐานะเมืองท่านานาชาติ ด้วยเหตุนี้เองวัฒนธรรมการปรุงอาหารและขนมจากประเทศต่างๆจึงได้เข้ามามีบทบาทกับอาหารและขนมของไทย ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยและวัตถุดิบที่ถูกนำมาจากต่างบ้านต่างเมืองโดยจะขอยกตัวอย่างเพียงแค่บางส่วนดังนี้

             • อินเดีย - ไทยได้รับอิทธิพลการใช้เครื่องเทศมาจากอินเดียโดยใช้ปรุงอาหารประเภทแกงต่างๆ ได้แก่ แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ เป็นต้น

             • จีน - การใช้กระเทียมดอง ผักดอง เต้าเจี้ยว เครื่องในสัตว์ ในการปรุงอาหาร เช่นแกงไตปลามีที่มาจากชาวจีนที่อาศัยอยู่ทางใต้ของประเทศไทย เนื่องจากมีชาวจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามายังสยามประเทศเพื่อทำงานและส่งเงินกลับบ้านโดยอาศัยเรือสำเภาที่ล่องมาเพื่อนำสินค้าจากจีนมาขายและได้ขึ้นที่ท่าหัวเมืองทางใต้ ดังนั้นชาวไทยจึงได้รับอิทธิพลจากจีนมากมายไม่เฉพาะเรื่องอาหารเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมด้านอื่นๆอีกด้วย

             • โปรตุเกส - การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของขนมไทยเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีการนำความรู้ของตะวันตกมาผสมผสานกับความรู้พื้นบ้านจนเกิดเป็นขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองม้วนทองโปร่ง ทองพลุ สังขยาเป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของขนมไทยซึ่งแต่เดิมมีแต่ข้าว(แป้ง) น้ำตาล และมะพร้าวเท่านั้นที่เป็นวัตถุดิบหลักในการทำขนมไทยก่อนการเปลี่ยนแปลง
 
 

 
 
15. วิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการกินอยู่ของคนไทยในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร?
 
 
    อาจจะกล่าวได้ว่าวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทยในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันอย่างลิบลับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่ทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายล้วนแล้วแต่ต้องประกอบสัมมาอาชีพ ซึ่งต้องแข่งกับเวลาและผู้คนอีกมากมายในโลกปัจจุบันที่วัตถุนิยมมีค่าเหนือจิตใจและสิ่งอื่นใด ย่อมเป็นธรรมดาที่วิถีชีวิตและสายธารแห่งวัฒนธรรมอันงดงามซึ่งได้สั่งสมมาตั้งแต่ในครั้งอดีตดูจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ในสมัยก่อนผู้ชายมีหน้าที่ออกไปทำมาหากินเพื่อเลี้ยงปากท้องในบ้าน ขณะเดียวกันผู้หญิงก็มีหน้าที่คือเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ทำกับข้าวหุงหาอาหารให้กับทุกคนในครอบครัวสมัยก่อนคนไทยมักจะอยู่รวมกันแบบครอบครัวใหญ่มีกิจกรรมต่างๆร่วมกัน รับประทานอาหารร่วมกันเสวนาพูดคุยกันตามประสาในหมู่ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เกิดความรักและความกลมเกลียวท่ามกลาง นอกจากนี้ญาติผู้ใหญ่ก็มักจะถ่ายทอดภูมิปัญญาและวิชาความรู้ให้กับลูกหลานของตนซึ่งจะปลูกฝังกันมาตั้งแต่เล็กๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงมักจะถูกฝึกในเรื่องงานบ้าน งานเย็บปักถักร้อย งานหัตถกรรม งานฝีมือต่างๆ การทำอาหารและขนม รวมถึงหลักจริยธรรม มารยาทและข้อปฏิบัติที่กุลสตรี พึงปฏิบัติ ส่วนเด็กผู้ชายก็ถูกฝึกฝนให้เข้มแข็ง แข็งแกร่งและอยู่ในศีลธรรมอันดีงามเพื่อที่จะเป็นหลักให้กับครอบครัวในอนาคต แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเปลี่ยนแปลงก็ได้เกิดขึ้นกับสังคมไทย การอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ลดน้อยลงทุกที เมื่อแต่งงานก็เป็นการแต่งแล้วแยกออกไปอยู่กันแค่สองสามี ภรรยาตามแบบอย่างของชาวตะวันตก นอกจากนี้แล้วบทบาทของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไปทุกวันนี้ผู้หญิงต้องทำงานนอกบ้าน ตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตทัดเทียมกับผู้ชายดังนั้นภาระหน้าที่ในเรื่อง การดูแลลูก และงานบ้านจึงได้ถูกมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของคนรับใช้ จึงไม่น่าแปลกใจที่บางบ้านเด็กเล็กๆจะเกาะติดแต่พี่เลี้ยง แต่เมื่อเห็นแม่ตัวเองกลับร้องไห้ตกใจกลัวเหมือนเห็นผีร้องหาแต่พี่เลี้ยง นี่ก็มาจากสาเหตุที่บรรดาคุณแม่สมัยใหม่มีภาระในการทำงานอย่างล้วนมือจึงไม่สามารถเลี้ยงลูกเองได้ ต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่ลูกยังไม่ตื่น กว่าจะกลับถึงบ้านลูกก็เข้านอนไปแล้วลูกจึงจำได้แต่พี่เลี้ยง หรือบางบ้านลูกพูดภาษาอื่นเช่นภาษาพม่าหรือลาวได้ก่อนภาษาไทยอันนี้ก็คือ เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน เรื่องอาหารการกินก็เช่นกันแม่บ้านบางท่านก็เป็นแม่บ้านอาหารถุงหรือฝากท้องไว้กับอาหารฟาดฟู้ต์หรือที่เขาเรียกกันว่าอาหารขยะหรือบางท่านอาจเรียกใช้บริการ delivery บริการส่งอาหารถึงที่สะดวกและรวดเร็วทันใจ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีเวลาซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วัฒนธรรมการกินของไทยเปลี่ยนไป ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือในบางครอบครัวไม่มีแม้กระทั่งเวลาใกล้ชิดพูดคุยปรึกษากันฉันท์สามีภรรยาหรือในแบบพ่อ แม่ ลูก ทำให้เกิดช่องว่างซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆเช่นการมีบ้านเล็กบ้านน้อย การหย่าร้าง ลูกกลายเป็นเด็ก มีปัญหาติดยาเสพย์ติด มั่วสุมอบายมุขต่างๆ ถูกชักนำในทางที่ไม่ถูกไม่ควรหรือก่ออาชญากรรม สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของปัญหาสังคมไทยทุกวันนี้ ดังนั้นเราควรยึดทางสายกลาง อย่าให้ความสำคัญกับวัตถุมากกว่าจิตใจและคนในครอบครัวของเราเอง
 
     
 
 
 
โรงเรียนสอนทำอาหาร - สถาบันสอนทำอาหาร - เรียนทำอาหาร - เรียนทำอาหารไทย - สอนทำอาหาร - สอนแกะัสลัก
 
 
Copyright @ MLPuang.com. All right reserved.